นกแร้งนกที่ได้ชื่อว่ากินซากสัตว์เป็นอาหาร

bird

นกแร้งเป็นนกล่าเหยื่อขนาดใหญ่อยู่กลุ่มเดียวกับ นกอินทรี , นกเหยี่ยว , นกเค้าแมว แต่แร้งเป็นนกขนาดใหญ่ที่สุดในจำพวกนกล่าเหยื่อ แต่ความแตกต่างของนกแร้งที่ไม่เหมือนกับนกในกลุ่มล่าเหยื่อ ก็คือ แร้งจะไม่กินสัตว์มีชีวิตแต่จะกินซากสัตว์ที่ตายแล้ว ที่พวกมันไม่ออกล่าเหยื่อที่เป็นก็เพราะว่าธรรมชาติได้สร้างพวกมันขึ้นมาให้อุ้งเท้าของพวกมันไม่มีความแข็งแรงเหมือนนกล่าเหยื่อชนิดอื่นๆ จึงทำให้พวกมันไม่สามารถมีแรงพอตะครุบเหยื่อได้

รูปร่างของแร้งตั้งแต่หัวลงไปหัวเล็ก , มีคอยาว , ปีกกว้าง , หางสั้น ตรงต้นคอมีขนสีขาว เอกลักษณ์ของ แร้ง ที่เด่นชัด คือ ตรงหัวของแร้งจะมีขนน้อยส่วนลำคอแทบจะไม่มีขนเลย ที่มันเป็นอย่างนี้คิดว่าเพื่อความสะดวกในการกินซากสัตว์ไม่ให้มีเชื้อโรคสะสม แร้งเป็นสัตว์มีลิ้นเป็นร่องลึกมีเงี่ยงเล็กเพื่อกินอาหาร อีแร้งเป็นนกกระเพราะโตภายในกระเพราะของพวกมันมีกรดแรงเพื่อกัดกร่อน และยังสามารถฆ่าแบคทีเรียได้อีกด้วย

นกแร้งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทก็คือ แร้งโลกเก่า และ แร้งโลกใหม่ มีความแตกต่างกันออกไปก็คือ แร้งโลกเก่าจะมีการทำรัง วางไข่ บนต้นไม้สูง หรือ หน้าผาสูง การหาอาหารก็จะเหมือนพวกนกล่าเหยื่ออย่างอินทรี หรือ เหยี่ยว คือใช้สายตามองลงจากที่สูงขณะบินวนอยู่บนท้องฟ้า

ส่วนใหญ่สามารถพบเห็นได้ในทวีปแอฟริกา เอเชีย และยุโรป ส่วนแร้งโลกใหม่จะมีความแตกต่างกับแร้งโลกเก่าโดยสิ้นเชิงคือ รูปร้างของพวกมันโดยแร้งชนิดนี้สามารถพบเห็นได้ใน ทวีปอเมริกาเหนือ – อเมริกาใต้ มีชื่อสามัญเรียกว่า condor การวางไข่ของพวกมันจะไม่มีการทำรังจะวางไข่อยู่บนพื้นดิน และหาอาหารจากการดมกลิ่น แต่ทั้ง 2 ประเภทนี้มีพฤติกรรมเหมือนกันก็คือการกิน ซากสัตว์ หรือ ซากมนุษย์  นกแร้งในตอนนี้เกือบทุกชนิดถือว่าเป็นสัตว์กำลังจะสูญพันธุ์หายาก เพราะว่า ที่อยู่อาศัยของพวกมันไดถูกรุกรานจากมนุษย์มาก และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปจากเดิมจึงทำให้พวกมันเป็นสัตว์หายาก