pirab_99
pirab_10

การเพาะเลี้ยง นกพิราบให้ออกมาดูดีมากที่สุดในแบบฉบับของตัวท่านเอง

นกพิราบนั้นจะทำการผสมกันได้ก็ต่อเมื่อมีอายุประมาณ 6-8 เดือนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของนกพิราบและความสมบูรณ์หรือตามสภาพของร่างกาย เพราะอายุประมาณนี้จะมีการฝักไไข่ได้ดีที่สุด แต่หากจะหาฤดูกาลที่ฝักไข่ดีมากกว่าเดิมก็คือต้องไม่ใช่ฤดูฝนนะครับ เพราะนกพิราบเองนั้นจะไม่ค่อยชอบน้ำซักเท่าไร จริงๆแล้วนกพิราบนั้นมีการสืบพันธุ์กันอยู่ตามหน้าผาหรือตามภูเขาหัวโล้นที่มีความแห้ง ไม่มีความชื้นมาก จะสังเกตุได้ว่านกพิราบจะสร้างรังอยู่บริเวณที่มีความแห้ง เช่นใต้หลังคาบ้านเรือน หรือตามต้นไม้สูง สิ่งที่นกพริบาทนั้นนำมาสร้างรังของต้นเองก็คือฟางที่แห้งชนิดเท่านั้น เพื่อรองรับการฟักไข่ที่มีไออุ่นจากหย้าที่นกนั้นนำมารองก้น ตัวเมียจะวางไข่หลังจากผสมพันธุ์กันประมาณ 10-15 วันนับตั้งแต่ตัวผู้จากไป

เวลาที่นกพิราบนั้นจะทำการฝักไข่จะอยู่ที่ 17.00-18.00 น. และใข่ใบที่สองจะออกอีกครั้งหลังจากฟองแรก 2 วันครับนอกจากนั้นตัวเมียจะเป็นผู้ดูแลไข่แต่เพียงผู้เดียว ประมาณ 18-19 วัน และลูกของนกพิราบจะฝักออกมาทีละตัวๆ และห่างกันประมาณ 1 วันต่อ 1 ฟอง การให้อาหารกับลูกนกนั้นแม่นกจะทำการขย้อนอาหารที่มีประโยชน์มากที่สุดให้ลูกนก ลักษณะคล้ายกับน้ำนมของสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม ต่อมาหากลูกนกเริ่มมีการเจริญเติบโตขึ้นแม่นกจะเปลี่ยนอาหารให้เช่น เสริมเมล็ดของวัชพืชที่หาได้แถวนั้นมาเพื่อให้ลูกนกได้กินจะทำให้นกพิราบมีขนที่ไวขึ้น 35 วันต่อมา

pirab_10
pirab_10

เหตุผลที่ทำไมยังต้องเลี้ยงนกพิราบกันอยู่

  1. เลี้ยงเพื่อการแข่งขันกัน เนื่องจากนกพิราบนั้นมีความเชื่องมากกว่านกชนิดอื่นๆ การบินเร็ว การบินที่ทน และการบินโฉบเฉี่ยวที่มีความสวยงาม และความสามารถบินกลับเข้ามายังผู้เลี้ยงได้
  2. การเลี้ยงแบบความสวยงาน เพื่อนำมาประกวดและแข่งขันกัน เรื่องสีขนของนกนั้นสำคัญ ยิ่งมีความเงาของขน และสีที่แปลกจะได้คะแนนที่สูงกว่า
  3. เลี้ยงเพื่อคัดเลือกเสียงของนกพิราบ เสียงของนกพิราบนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับนักแข่งนะครับ เสียงของนกควรเปล่งออกมาตามจังหวะของผู้เลี้ยง และสามารถกำหนดเสียงของนกให้ออกมาตามที่ผู้เลี้ยงต้องการ
  4. นำมาเพื่อบริโภค นกพิราบเป็นสัตว์ปีกที่ทานได้นะครับ แต่ในประเทศไทยนั้นมักจะไม่ได้รับความนิยมรับประทานกันซักเท่าไร แต่ในประเทศจีนนั้นถือว่าเป็นสัตว์ที่นิยมนำมาปรุงเป็นอาหารมากที่ใน เพราะเนื้อของนกพิราบนั้นมีโปรตีนและไขมันที่เยอะกว่าและหาได้ง่าย

สีของนกพิราบนั้นสำคัญแค่ไหน

        สีของนกพิราบ หรือ (Dove) มีทั้งหมด 5 สี

  • สีฟ้าเทาและแถบดำ เป็นเส้นพาดระหว่างลำตัวกับปีกของนก และเป็นสีที่มักจะพบเห็นกันอยู่ประจำ
  • สีกระ หรือสีเทาแต่จะมีสีดำเป็นจุดเล็กๆตามปีกของตัวนกโดยรวมแล้วสีเทาจะมากกว่าสีดำ
  • สีน้ำตาล หรือสีคล้ายกับสีของโกโก้ เป็นสีที่พบได้ยาก เพราะปรกติบ้านเราจะมีน้อยมากเพราะส่วนใหญ่จะพบเห็นในแถบฝั่งยุโรปซะมากกว่า
  • สีดำ สีเหมือนอีกาที่อยู่ตามท้องไร่ท้องนาบ้านเรานั่นเอง มักจะพบเห็นได้ยากในปัจจุบัน
  • สีขาว เป็นสีที่พบเห็นได้ยากที่สุดในบรรดา 5 สีนี้ อย่าเข้าใจผิดกันนะครับหากเรามองไปรอบๆเมืองจะเห็นนกพิราบนั้นเป็นสีขาว นั่นไม่ใช่สีขาว แต่เป็นสีเทาอ่อนครับ สีขาวตัวนกจะต้องเป็นสีขาวทั้งหมด ไม่มีสีอื่นผสมเลยแม้แต่น้อย มักจะพบแถบทวีปยุโรปเป็นส่วนใหญ่ และนิยมนำมาเลี้ยงเพื่อความสวยงามเพราะเป็นสีที่หาดูได้อยาก

 

 

pirab_13